[Review] ต้นไม้ใต้โลก : ไอเดียเพื่อโลก และตัวเราเอง*
posted on 23 Oct 2008 14:29 by butterflykisses in Some-BOOKเพิ่งได้อ่าน หนังสือเรื่องหนึ่ง
ยอทรับว่า อ่านไม่หมดทุกหน้า เลือกอ่านเฉพาะส่วนที่เป็นไอเดียที่เกิดขึ้นจริง
น่ารัก น่าทึ่ง กับมันสมองและความพยายามของผู้คน ในการช่วยกันทำอะไรดีๆให้กับโลกแล้วก็สังคม
...น่าเศร้าที่ไม่มีบทความไหน เป็นเรื่องของไทยแลนด์ของเราเลย
หนังสือที่ว่าชื่อเรื่องว่า "ต้นไม้ใต้โลก" โดยคุณทรงกลด บางยี่ขัน บก.หนังสือ aday นั่นเอง
เรื่องจริงหนึ่งร้อยเรื่องดีๆ บ้างก็เป็นความคิดที่น่ารัก ติงต๊องเล็กๆ บ้างก็ใหญ่โตเป็นโครงการที่ทางประสิทธิภาพ แต่แต่ละโครงการเริ่มมาจากจุดเล็กๆทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม "โจรปลูกต้นไม้" ในเมื่อวัยรุ่นชอบทำอะไรตื่นเต้น แทนที่จะลักลอบพ่นกราฟฟิตี้ให้เสียทัศนียภาพเมือง ตกดึกพวกเขาก็ออกมาลักลอบปลูกต้นไม้ในที่ที่เขาไม่ได้ให้ปลูกกันดีกว่า สนุก แถมสวยด้วย
หรือจะเป็น "นโยบายกำจัดป้ายประกาศ" ที่ได้ผลอย่างน่ารัก เมื่อห้ามเท่าไหร่ ก็มีป้ายประกาศโฆษณาต่างๆ ทั้งสินค้า คอนเสิร์ต มาให้เก็บเรื่อยๆ ก็เอายังงี้สิ ใช้งบน้อยนิด ปริ้นท์สติ๊กเกอร์คำว่า "ยกเลิก" มาเยอะๆ แล้วแปะทับมันเลย ไงล่ะ ทีนี้ไม่กล้ามาแปะอีกเลย (เจ็บดีจริงๆ)
หลายเรื่องได้เห็นความพยายามในการรักษาองค์ความรู้ดีๆ อย่างการเข้าไปคุยกับคนชรา เพื่อจดบันทึกความรู้ที่กำลังจะสูญหาย หรือความพยายามรวบรวมหนังสือทั่วโลกให้เป็นไฟล์ดิจืทัล และการเผยแพร่ความรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุดในรถไฟใต้ดิน ที่ให้อ่านได้ตั้งแต่ต้นสายถึงปลายสาย (น่ารักจัง) หรือหนังสือที่เดินทางได้ โดยการลงทะเบียนกับเวบไซต์ แล้วก็เอาหนังสือไปลืมไว้ที่ต่างๆ ใครมาเห็นก็หยิบไปอ่าน อ่านเสร็จลงชื่อไว้ซะ แล้วเอาไปลืมไว้ที่อื่นต่อ
บางเรื่องทำให้ทึ่งและสะท้อนใจกับภาครัฐของหลายๆประเทศ ที่ใส่ใจกับเรื่องเหล่านี้ แตกต่างจากไทยจริงๆ อย่างเรื่อง "ไปรษณีย์ไม่เลี้ยวซ้าย" เมื่อเมืองเมืองหนึ่งวิเคราะห์ว่า การเลี้ยวซ้าย(ในเมืองของเขา) ต้องหยุดรอรถนาน ทำให้เสียพลังงาน จึงออกแบบเส้นทางการส่งจดหมายให้พนักงานไปรษณีย์เลี้ยวขวาเป็นส่วนใหญ่ ประหยัดพลังงานไปได้มากโข (อะไรจะน่ารักขนาดนี้) หรือเมืองที่อนุมัตินโยบายของนักดาราศาสตร์ ให้ป้ายบิลบอร์ดทั่วเมืองเปิดไฟจากบนลงล่างเท่านั้น และไฟถนนทุกอันต้องมีที่ครอบให้ส่องแสงลง เพื่อให้ไม่เกิดมลภาวะทางแสง ให้ท้องฟ้าราตรีมืดสนิท เห็นดวงดาวชัดเจน คืนแสงดาวให้ชาวเมืองใหญ่ หรือเรื่องที่น่ารักมากๆ อย่างการอบรมช่างทำผม ช่างเสริมสวย ให้สามารถสังเกตและค้นหาพฤติกรรมที่แสดงออกว่าถูกละเมิดหรือทารุณกรรมของบรรดาลูกค้าสาวๆ เพราะช่างทำผมเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้พูดคุยกับบรรดาสาวๆเหล่านี้ที่สุด
บางนโยบายเราอยากให้เกิดขึ้นจริงในไทย เพราะว่ามันคงเปลี่ยนชีวิตคนไปได้อีกมาก เช่นนโยบาย "ธนาคารคนไร้บ้าน" เพราะเด็กข้างถนนเก็บออมเงินลำบาก เพราะเก็บไปก็โดนแย่งได้ง่าย ธนาคารนี้ช่วยเปิดบัญชีให้แล้วยังอนุมัติเงินกู้สำหรับธุรกิจเล็กๆอีก เพื่อที่เด็กๆจะได้มีชีวิตที่ดีกว่านี้
ทุกเรื่องมีคำคมเปิดเรื่อง ที่เข้ากับเรื่องต่างๆได้ดีมากๆ น่ารักเสียจนแอบอมยิ้มไม่ได้
อย่างคำคมที่คงเคยเห็นกันมามาก ของนักบุญคนยาก แม่ชีเทเรซา ที่ว่า
"ฉันไม่ได้ทำสิ่งยิ่งใหญ่ แต่ฉันทำสิ่งเล็กๆ ด้วยความรักที่ยิ่งใหญ่" พอมาอ่านเรื่อง ถึงกับอึ้ง เพราะเป็นเรื่องของคนที่เสนอว่า หน้าจอเพจของกูเกิ้ลที่ขาวจ้าน่ะ กินไฟมากกว่าหน้าจอที่ดำสนิท จริงอยู่มันไม่ได้มากมายอะไร แถมหน้าจอสีดำอาจทำให้เสียสายตา แต่ถ้าเราเปิดหน้ากูเกิ้ลไม่ได้นานมาก ก็พอทนได้ แล้วถ้ามีคนร่วมกันทำเยอะๆ ไอ้เจ้าพลังงานที่เซฟไปได้ รวมกันเยอะๆมันก็ประหยัดได้เยอะอยู่
เดี๋ยวจะไปโหลดมาแล้ว หน้าจอกูเกิ้ลสีดำ
สิ่งเหล่านี้ทำให้รู้สึกดี ที่ได้รู้ว่ายังมีคนรักโลกของเรา และพยายามในแบบของตัวเอง
นานแล้วที่เราไม่รับถุงพลาสติกจากร้านค้า ถ้าไม่จำเป็น ก่อนจะมีการรณรงค์เสียอีก ทำไปก็คิดไป ว่ามันช่วยอะไรได้ไหมเนี่ย ในเมื่อโรงงานผลิตถุงก็ยังผลิตอยู่ตลอด
นานแล้วที่เคยได้ยินเพื่อนคนหนึ่ง ไม่รู้ว่ามันฝันหรืออยู่ๆดีมันเครียดขึ้นมา บ่นว่าอยากให้ทุกคนขี่จักรยาน มันเห็นรถราเยอะๆแล้วก็กลุ้มขึ้นมาดื้อๆว่าโลกท่าทางจะเดือดร้อนแน่ๆ แต่ก็ไม่ได้มีใครทำขึ้นมา ทางขี่จักรยานในกทม. ก็ยังเป็นทางเท้าต่อไป
ผ่านมาหลายปี ไม่มีอะไรดีขึ้น นอกจากนโยบายจืดจางของภาครัฐ อย่างปิดไฟหนึ่งชม. โอเคค่ะ มันดี แต่ปีนึงปิดชม.หนึ่ง บ้านละดวง... นี่พี่ขอน้อยไปหรือเปล่าสำหรับโลกนี้ หรือนโยบายถุงผ้า...เอ่อ...ก็เห็นคนเข้ามาซื้อของในเซเว่น สะพายถุงผ้า ซื้อของที่ใส่ถุงพลาสติค เก็บในถุงผ้าอยู่ดี
มาอ่านหนังสือเล่มนี้จึงได้รู้ว่า เอาละ อย่างน้อยประเทศอื่นเขาก็พัฒนาแล้ว (เวรกรรม) มันทำได้ค่ะ มันทำได้ ได้มากกว่านี้ และมีคนทำ เพียงแค่คุณ หรือใครๆ โดยเฉพาะพวกรัฐบาล และองค์กรเอกชน ที่มีอิทธิพล หาอะไรที่มันทำได้จริง ทำได้ดี และสนับสนุนมัน
อย่างเรื่องเกม (เพิ่งทำวิจัยมา) ในเมื่อมีสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคิดว่าเกมดี อีกฝ่ายว่ามันร้าย ก็ทำให้มันดีเสียสิ หาอะไรดีๆใส่ลงไป แต่ไม่ใช่ในรูปแบบเกร่อๆอย่างนั้น จริงๆมันน่าจับภาครัฐมาเรียนบริหารนะ ดูอย่างเรื่องในหนังสือนี้ เกมมันดีได้โดยที่ยังสนุกได้ ทำไมไม่ทำ?
หรืออย่างนโยบายหลายๆอย่าง ที่ดีได้ สนุกด้วยได้ อย่างนโยบายโจรต้นไม้ ถ้าเป็นเมืองไทยคงมาเย้วๆ รณรงค์ให้หนุ่มสาวมาปลูกต้นไม้กันเถอะต่อไป
"หากคุณหาฮีโร่ไม่เจอ ก็จงเป็นเสียเอง"
เชื่อว่าทุกคนมีจิตสำนึกรักโลก หรืออย่างน้อยก็คิดว่า แย่แล้ว ถ้าไม่รักนี่ตายแน่ลูกหลานฉัน แต่ดันอยู่ในประเทศที่ไอเดียแช่แข็งไปหน่อย ไม่เป็นไร ทำของเราไปเองแล้วกัน สักวันมันอาจจะเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่
สุดท้ายนี้ (แหมจบเหมือนรายงาน สิ้นคิดเสียแล้ว) นึกถึงหลายๆเรื่องใน"ต้นไม้ใต้โลก" ที่กล่าวถึงความพยายามรักษาสันติภาพ เพราะตอนนี้ สันติภาพหามีไม่ มนุษย์เรานี่อยู่กันสงบๆไม่เป็นหรือไงนะ
บ่อยไปที่ประชาชนไม่ต้องการสงคราม แต่ผู้นำเอามายัดเยียดให้
แต่เหมือนตอนนี้ เมืองไทยจะชอบทำสงครามกันเอง รักประเทศแต่ไม่รักคนในประเทศ? รักชาติแต่ชังเพื่อนร่วมชาติ? มนุษย์นี่ก็ตลกดี คนจีน(แต้จิ๋ว)เขาเรียกว่า เจี๋ยะป้าบ่อสื่อ (โดนบ่อย) พวกกินอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำ สงบเกินไป ว่างจัดไม่ได้ กัดกันดีกว่า
ขึ้นเรื่องดีๆมาออกเรื่องบ้าๆอย่างการเมืองเรื่องน้ำเน่า แหม มันก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่ควรต้องแก้ จะได้มีเวลามารักโลกกันเสียที รบตบตีกัน ควันระเบิด(ของใครไม่รู้)ควันแก๊ซน้ำตา(ของตำรวจ ที่ไม่ทราบแรงแค่ไหน) ก็ทำลายโอโซนได้นะ
นี่บอกไว้ก่อนว่าค่อนข้างเข้าข้างฝ่ายหนึ่ง แต่ไม่บอกละว่าฝ่ายไหน บอกทำไม ข่าวออกมาเข้าข้างฝ่ายไหนก็ไม่เชื่อทั้งนั้นอยู่แล้ว แล้วก็ไม่คิดจะไปตบตีอีกฝ่ายด้วย
รักชาติ อย่างพอเพียง... ในเรื่องของการเมือง
รักโลก อย่างเพียงพอ...ในเรื่องของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง
"ประเทศของฉันคือโลก และศาสนาของฉันคือการทำดี"
เอาแรงที่มาวิ่งไล่ นั่งเฝ้า ยืนด่ากัน มาทำอะไรให้โลกดีกว่านะ
edit @ 23 Oct 2008 15:32:12 by b u t t e r f l y k i s s e s *
edit @ 23 Oct 2008 15:34:58 by b u t t e r f l y k i s s e s *
อ่านแล้วก็ได้อะไรดี ๆ มาเยอะเลย
ชอบเรื่อง "นโยบายกำจัดป้าย" มาก ๆ อะ
คิดได้งัย โคดเท่ห์อะ 555+
ดีใจจังที่มีคนอ่านเหมือนกัน ~*
#1 By Takdoll (58.64.106.119) on 2008-10-24 19:45