The Time Traveler's Wife - ความรัก เวลา และการรอคอย*
posted on 24 Oct 2009 01:17 by butterflykisses in Some-BOOK
ทำไมหนังเรื่องนี้ถึงหาดูยากนัก ไม่เข้าใจ
หนังดีมากกกกแท้ๆ
ทำอย่างกะหนังอินดี้...
กว่าจะได้ดู (เสิร์ชหาโรงเลยเหอะ)
เอาเถอะ ไม่ผิดหวัง โชคดีที่ขวนขวายแล้วละ
The Time Traveler's Wife - รักอมตะของชายท่องเวลา
ชื่อหนังทำให้รู้สึกแหม่งๆมาก
เพราะหนังสือต้นแบบของหนัง แปลชื่อออกมาเวิร์คกว่าเยอะ
"ความรักของนักท่องเวลา"
แต่จริงๆแล้ว โฟกัสมันก็คือ ตัวภรรยาของเขา ตามชื่ออังกฤษจริงๆ
ชอบเรื่องนี้มาก ตั้งแต่ตอนอ่านหนังสือ ร้องไห้จริงจังมาก...
ตอนดูหนัง ถึงจะรู้เรื่องหมดแล้ว แต่ก็ยังร้องอยู่ดี
พูดตามตรงคือ ตัวหนังไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่ามันต่างจากหนังสือมากนัก
อย่างที่ฝรั่งเขาวิจารณ์กัน...อาจเพราะเราอ่านหนังสือไปนานมากแล้ว
แต่บางอย่างก็คงจะตัดไปมากจริงๆ เพราะในหนังสือนั้นทำให้เรารู้สึกว่ามันเป็นบันทึกชีวิตของนางเอกที่ยาวนานจริงๆ (ไม่ใช่เพราะหนังสือมันหนานะ) แต่ก็ต้องเป็นแบบนี้ละ...หนังมันจะให้ยาวมากไม่ได้
โดยรวมถือได้ว่าหนังดีมาก ซาบซึ้งมาก ทำให้จุกได้อย่างมาก
ฟีลกู้ดตรงไหน -*-... โอเค ดูแล้วรู้สึกว่าตัวเองโชคดี ทั้งพระเอกและนางเอกน่าสงสารทั้งคู่ แต่....ก็เป็นหนังที่ดูแล้วจุกอยู่ดี
เตรียมใจไว้ตั้งแต่ตอนเลือกดู(ระหว่างรถไฟฟ้า-กับเรื่องนี้ ชอบดูอะไรๆน่ารักๆฮาๆ) แต่ก็เลือกดู รู้สึกว่าหนังดีขนาดนี้ ไม่ดูไม่ได้ -*-
เป็นเรื่องของ แคลร์ และเฮนรี คู่รักที่ควรจะมีชีวิตธรรมดาทั่วไป
ไม่ธรรมดาตรงที่ เฮนรี มีความผิดปกติที่ไม่สามารถอธิบายได้คือ เขาจะข้ามเวลาไปได้ในหลายช่วง ทั้งอดีตและอนาคต โดยที่ควบคุมไม่ได้ และสักพัก สิบนาที สิบชั่วโมง หรือาจจะสิบวัน เขาจะย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่ถูกต้องเดิมเอง อันนี้ต้องเข้าใจนิดนึงว่า เฮนรีสามารถไปในเวลาที่ตนเองยังอยู่ได้ เช่น ตอนนี้เฮนรีอายุ35 ย้อนไปในปีที่ตัวเองอายุ 20 เฮนรีที่อายุ20ก็ยังอยู่นะคะ คือกลายเป็นสองคนในจุดเวลาเดียวกัน ซึ่งทำให้ชีวิตเขาสับสนมาก และอันตรายมากด้วยเนื่องจากเขาย้อนไปในสภาพมีแต่ตัวจริงๆ กระทั่งเสื้อผ้าก็ยังไม่ได้ติดไป ต้องขโมย งัดแงะไปเรื่อย...จนกว่าจะได้ "กลับไป" ในจุดเวลาที่ถูกต้อง
อธิบายง่ายๆคือ เหมือนเวลาในตัวเฮนรีไม่เสถียร มันจะคอยเด้งโดดไปหน้าไปหลังอยู่เรื่อย จนกว่ามันจะกลับมาเสถียรอีกรอบ และมันมักจะย้อนไปในที่ที่สำคัญกับเขา (ภายหลังจะมีการอธิบายว่าเป็นความผิดปกติของ "ยีนส์ลำดับเวลา")
เช่น...ทุ่งหญ้าที่เขาได้เจอกับแคลร์
เป็นช่วงเวลาที่เฮนรี่เริ่มเข้าสู่วัยกลางคน แต่สาวน้อยแคลร์นี่ยัง5-6ขวบเท่านั้น แม้ว่าในไทม์ไลน์ปกติ เฮนรี่อีกคนคงอายุประมาณ10กว่าๆและโตขึ้นตามปกติ(และก็คงจะย้อนไปนู่นนี่ด้วย) แต่เฮนรี่ที่อายุแตกต่างกันในช่วงวัยกลางคนก็ย้อนกลับมาหาหนูแคลร์นี่เรื่อยๆจนเธออายุ18 และไม่กลับมาอีก
เขาบอกเธอเพียงแค่ เขาและเธอจะได้พบกันอีก
และเป็นไปตามนั้น ในไทม์ไลน์สากล แคลร์เติบโตและได้พบกับเฮนรี่ที่อายุราวๆ30 ...เฮนรี่ที่ไม่รู้จักเธอ
แค่นี้ก็พอจะเห็นความลำบากของแคลร์แล้ว เธอเองหลงรักชายคนนี้มาตั้งแต่เด็ก เธอรู้จักเขามาตลอดชีวิต แต่ใน"เวลาอันเป็นปกติสากล"นั้น เฮนรี่ไม่เคยพบเธอ คนที่ย้อนไปหาเธอคือเขาในอีกหลายปีข้างหน้า
ที่ผ่านมา โรคของเฮนรี่ทำให้เธอได้รู้จักและรักเขา เธอรอคอยให้เขา"ข้ามเวลา" แต่นับตั้งแต่นี้ ที่ไทม์ไลน์ของทั้งคู่ไล่ตามกันในความปกติ เธอต้องปวดร้าวเพราะความไม่ปกตินี้ชั่วชีวิต "การข้ามเวลา" ของเขา มีแต่จะพรากเขาออกไปจากเธอ
ทั้งคู่ได้รู้จักกัน รักและแต่งงานกัน แม้ว่าในความเป็นจริง การข้ามเวลาของเฮนรี่จะทำให้ทางของสามีภรรยาคู่นี้ลำบากแค่ไหน แคลร์ก็ยังรักเฮนรี แม้ในวิกฤติที่สุดของเธอ คือเมื่อเธอต้องการจะมีลูก ยีนส์ผิดปกติของเฮนรี่ทำให้ลูกของเธอคนแล้วคนเล่าจากไปในท้องของเธอ จากไปแบบเดียวกับพ่อของเขา คือข้ามเวลาไป...ไม่ว่าจะในเวลาไหนก็สุดรู้...หากแต่กลับมาในสภาพที่ไม่อาจมีชีวิตอีกต่อไป - - ตัวอ่อนในครรภ์ของแคลร์ข้ามเวลาได้ หากเมื่อข้ามเวลาออกจากครรภ์มารดาก็ไม่ต่างอะไรจากการคลอดก่อนกำหนด...การแท้ง แคลร์ต้องทนทุกข์กับการเสียเด็กไปคนแล้วคนเล่า
แต่เธอไม่ยอมแพ้ แม้ว่าเฮนรี่จะทนไม่ได้ จนต้องไปทำหมัน แต่เธอยังต้องการลูกของเขา...และโชคชะตาบันดาลให้เฮนรี่ในวัยหนุ่มข้ามเวลามาพบเธอ และนั่นคือเฮนรี่ที่ยังไม่ได้ทำหมัน...ผลของการพบกันครั้งนั้นทำให้เธอท้องอีกครั้ง ครั้งนี้...เธอได้ลูกสาวชื่ออัลบ้า ตามที่เฮนรี่ ผู้ไม่เคยเชื่อเลยว่าท้องนี้จะปลอดภัยตั้งไว้
แคลร์ในวันนั้นรู้เพียงว่า เฮนรี่ได้ข้ามเวลาไปพบลูกสาวที่เติบโต แต่แคลร์ไม่รู้เลยว่าเฮนรี่ได้พบลูกสาวที่กำพร้าพ่อ อัลบ้าในอายุ10ปี ได้บอกเฮนรี่ว่า เธอเสียเขาไปให้กับความตายเมื่อเธออายุเพียง5ขวบ
อีก 5 ปี เท่านั้น หากจะนับจากเวลาที่อัลบ้าถือกำเนิด
ก่อนวันเกิดปีที่5ของอัลบ้าไม่นาน อัลบ้า"อีกคน" ที่อายุมากกว่าได้ข้ามเวลามา และบอกอัลบ้าตัวน้อยว่า เธอเป็นนักข้ามเวลา และปีนี้เธอจะกำพร้าพ่อ
แคลร์คาดคั้นความจริงจากลูก
...เธอจะทำอย่างไร เมื่อได้รู้ว่าการจากไปในอีกไม่ถึงปีของสามี จะเป็นการจากที่ไม่มีวันกลับมา
เฮนรี่เองก็หวั่นไหวเช่นกัน ตลอด5ปีที่ผ่านมา เวลาผ่านไปรวดเร็วนัก คราวนี้มันจะไม่เป็นแค่การข้ามเวลา...เพราะมันไม่มีการเดินทางกลับ
เฮนรี่ได้เห็นฉากการตายของตน...แต่เขาไม่สามารถทำอะไรได้ ดังเช่นที่เขาไม่เคยทำอะไรให้ชะตากรรมเปลี่ยนแปลงได้
เหมือนชะตากรรมเริ่มทำงานเงียบๆ เมื่อการข้ามเวลาหนหนึ่งทำให้เฮนรี่บาดเจ็บจากหิมะกัดที่ขา เขาไม่อาจเดินได้ แล้วเขาจะหลบหนีได้อย่างไรในยามที่ต้องข้ามเวลา
และแล้วก็ถึงวันนั้น เฮนรี่รู้ดี และได้ร่ำลาแคลร์...เธอต้องปล่อยให้เขาไปสู่การเดินทางครั้งสุดท้ายอย่างเงียบๆ อย่างที่เป็นตลอดมา
เฮนรี่ข้ามเวลาไปในฤดูล่าสัตว์...ทุ่งหญ้าแห่งการพบเจอของทั้งคู่ ที่นั้น...เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด จากปากกระบอกของครอบครัวผู้ชื่นชอบการล่าสัตว์ของแคลร์ ทิ้งไว้เพียงรอยเลือดที่ไม่ได้มาจากกวางตัวใด
เขากลับมาที่บ้านด้วยร่างที่ชุ่มเลือด และสิ้นใจในอ้อมแขนของภรรยาผู้รอคอย...
จากนั้น ในหนังสือกับหนังจะต่างกันไปค่ะ
ส่วนตัวชอบทั้งคู่
ในหนังจะเป็นฉากของอัลบ้าที่เล่นอยู่ที่ทุ่งหญ้า และเฮนรี่ปรากฏตัวมา ลูกๆของเพื่อนแคลร์จึงไปตามแคลร์มา ทั้งคู่ได้พบกัน กอดและร่ำลากัน จบที่คำพูดของอัลบ้าที่กล่าวว่า "บางทีเธอก็คิดว่า พ่อหลบอยู่หลังพุ่มไม้ รอเวลาที่จะออกมา"
อันนี้สุขปนเศร้า
แต่ในหนังสือบีบคั้นกว่ามาก
คือ เฮนรี่บอกแคลร์ว่า(จำไม่ได้ว่าบอกทางไหนนะคะ) เขาจะกลับมาหาเธออีกครั้งในเวลาที่เธอแก่ตัว ครั้งเดียวเท่านั้นเท่าที่เขารู้
และเวลาก็ผ่านไปหลายสิบปี
เฮนรี่ข้ามเวลามาจากวันเวลาที่เขายังหายใจ ยังบ้านที่เขาอยู่กับแคลร์ และเมื่อเขาเดินเข้าไปก็พบภรรยาของเขาที่ผมขาวโพลนนั่งหันหลังอยู่ เขาเดินเข้าไปหาภรรยา เธอรอเขาตลอดมา...
ทั้งสองเวอร์ชั่น เฮนรี่บอกแคลร์ว่า อย่ารอ
แต่แคลร์ก็รอเฮนรี่อยู่ดี
เพราะความรักของทั้งคู่คือการรอคอย
รอคอยที่จะกลับไปหาใครบางคน กับ รอคอยใครบางคนที่จะกลับมา
ชอบแคลร์ ที่อดทนมากๆ เรื่องนี้ถูกแล้วละที่ตั้งชื่อแบบนี้ เพราะภรรยาของนักท่องเวลาคนนี้คือรักที่เหนือกาลเวลาจริงๆ
ชอบที่แคลร์ไม่ขอเปลี่ยนสักวินาทีของความรักนี้
ซึ่งในความเป็นจริง โรคของเฮนรี่ ที่ถึงแม้จะพรากเขาไปจากเธออยู่เรื่อย และทำให้เขาตายในที่สุด
ก็เป็นสิ่งทำให้หนูน้อยแคลร์ได้พบกับเฮนรี่นั่นเอง
ดูจบรู้สึกดีที่ได้ดู ไม่ใช่ดีแบบฟีลกู้ด เพราะมันทิ้งรอยน้ำตาและความจุกอก(แบบที่หนังสือทำมาแล้ว) แต่ดีที่ได้ดูเพราะมันทำให้ได้คิดว่า เราโชคดี...
และเราทุกคนมีเวลามากมาย เวลาที่เราเลือกได้...ว่าจะใช้มันอย่างไร
คิดว่าต้องมีคนคิดได้อย่างเราเยอะแน่ๆ
เวลานั้นมีค่าเกินกว่าจะทิ้งไป...โดยเฉพาะเมื่อมีคนที่รอคอยให้ใช้เวลาร่วมกัน
edit @ 25 Oct 2009 05:16:35 by b u t t e r f l y k i s s e s *
edit @ 4 Nov 2009 18:55:44 by b u t t e r f l y k i s s e s *
#1 By Beautiful Lie on 2009-10-24 02:43