เพลงนี้น่ารักม๊ากมาก...
จขบ.ชอบทั้งเวอร์ที่อิสาวเกาหลีร้อง (ร้องก็ไม่ชัด ฟังแล้วงง ฟังครั้งแรกนึกว่าตรูโง่อังกฤษหรอวะ แต่นะ  First Impression) เป็นเวอร์ที่ฟังครั้งแรกเลยปิ๊งๆ
กับเวอร์ของพ่อลูกชาวฟิลิปปินส์ 55 เวอร์นี้เพราะมาก ทั้งเสียงคุณลูกสาว และเสียงคุณพ่อที่เสียงหล่อมากมาย
คุณ Jose Mari Chan ...อะไรนะ โจเซ่ มาริ จัง 555 ไม่ใช่และ

แต่จริงๆมันเป็นของคุณลุง John Denver นะจ๊ะ เสียงทรงพลังแปดหลอดก้องกังวานสะท้านสะเทือน
เขาว่ากันว่าคุณลุงแต่งเพลงนี้ตอนหย่าเมีย หรือเมียจะหย่าไม่รู้
พอมาฟังเพลงนี้แล้วก็จุกๆนิดๆเหมือนกันพอนึกถึงลุงแก...คงจะสับสนนิดๆ ว่าตกลงว่ารักคืออะไรกันแน่นะ
คบกันมาเป็นสิบๆปีสุดท้ายยังเลิกกันได้
แต่ก็ไม่ใช่จะไม่มีวันดีๆ

ก็เลยเกิดเพลงนี้ขึ้นมา
ประมาณว่า "บางทีรัก(คงจะเป็นอย่างนี้ละมั้ง)"

Perhaps love is like a resting place, a shelter from the storm
It exists to give you comfort, it is there to keep you warm
And in those times of trouble when you are most alone
The memory of love will bring you home

บางทีรักคงจะเป็นเช่นที่พักพิง...ที่กำบังจากพายุฝน
คงอยู่เพื่อให้เธอได้อบอุ่นใจ...อยู่เสมอให้เธอได้คลายหนาว
ในช่วงเวลาแห่งปัญหา เมื่อเธอโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงา
ความทรงจำแห่งรักจะนำเธอกลับบ้านเรา

Perhaps love is like a window, perhaps an open door
It invites you to come closer, it wants to show you more
And even if you lose yourself and don't know what to do
The memory of love will see you through


บางทีรักคงจะเป็นเช่นหน้าต่าง...อาจเป็นประตูที่เปิดกว้าง
เชื้อเชิญให้เข้าใกล้...ปรารถนาจะให้เธอได้เห็นอีกสักนิด
แม้ในยามที่เธอหลงลืมตัวตน สับสนไร้ทางออก
ความทรงจำแห่งรักจะเข้าใจเธออย่างแน่นอน

Love to some is like a cloud, to some as strong as steel
For some a way of living, for some a way to feel
And some say love is holding on and some say letting go
And some say love is everything, and some say they don't know


รักของบางคนเป็นเช่นเมฆบางเบา บ้างก็เป็นเช่นเหล็กกล้า
เป็นเช่นวิธีดำรงชีวิตสำหรับคนหนึ่ง อาจเป็นเช่นวิธีเพื่อรู้สึกของอีกคน
บ้างว่ารักคือการยึดมั่น บ้างก็ว่าจงปล่อยวาง
บ้างว่ารักคือทุกสิ่งอย่าง บ้างกลับว่าไม่เคยได้รู้จักพบพาน...

Perhaps love is like the ocean, full of conflict, full of pain
Like a fire when it's cold outside, thunder when it rains
If I should live forever, and all my dreams come true
My memories of love will be of you

บางทีรักคงจะเป็นเช่นมหาสมุทร...เปี่ยมปัญหา...ความทุกข์ลึกล้ำ
ดั่งกองไฟเมื่อยามเหน็บหนาว...สายฟ้ายามฝนกระหน่ำ
หากฉันต้องใช้ชีวิตเป็นนิรันดร์...และความฝันทั้งหมดพลันเป็นจริง
ความทรงจำแห่งรักของฉันยังคงจะเป็นเรื่องของเธอ

เอามาฝากสองเวอร์ชั่นเลย อิอิ
ชอบจังเลยเพลงแบบนี้เนี่ย
ฟังแล้วจะให้คิดตามก็ดี ฟังแบบเอ๋อๆก็ได้ 55
แต่ชอบท่อนสุดท้ายนะ สองประโยคสุดท้ายซึ้งมากเลยทีเดียว
ดูแบบ

Life go on, on and on.
Not just pain and fall would remain me of you.
Not just that hardest time would recall me of our time together.
But in success, in victory, in glory and in happiness...
I still long for you...

ดูเอลฟ์ๆดี ชอบๆๆ หุหุ

ลงเพลง imeem มิได้หรือ...

ช่างเต๊อะ ฟังในนี้ละกันน๊า


http://www.imeem.com/happyforeveryday/playlist/_O8JOFrC/perhaps-love-music-playlist/

edit @ 4 Nov 2009 18:54:24 by b u t t e r f l y k i s s e s *

edit @ 4 Nov 2009 18:55:59 by b u t t e r f l y k i s s e s *

ทำไมหนังเรื่องนี้ถึงหาดูยากนัก ไม่เข้าใจ
หนังดีมากกกกแท้ๆ
ทำอย่างกะหนังอินดี้...

กว่าจะได้ดู (เสิร์ชหาโรงเลยเหอะ)
เอาเถอะ ไม่ผิดหวัง โชคดีที่ขวนขวายแล้วละ

The Time Traveler's Wife - รักอมตะของชายท่องเวลา
ชื่อหนังทำให้รู้สึกแหม่งๆมาก
เพราะหนังสือต้นแบบของหนัง แปลชื่อออกมาเวิร์คกว่าเยอะ
"ความรักของนักท่องเวลา"
แต่จริงๆแล้ว โฟกัสมันก็คือ ตัวภรรยาของเขา ตามชื่ออังกฤษจริงๆ
ชอบเรื่องนี้มาก ตั้งแต่ตอนอ่านหนังสือ ร้องไห้จริงจังมาก...
ตอนดูหนัง ถึงจะรู้เรื่องหมดแล้ว แต่ก็ยังร้องอยู่ดี

พูดตามตรงคือ ตัวหนังไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่ามันต่างจากหนังสือมากนัก
อย่างที่ฝรั่งเขาวิจารณ์กัน...อาจเพราะเราอ่านหนังสือไปนานมากแล้ว
แต่บางอย่างก็คงจะตัดไปมากจริงๆ เพราะในหนังสือนั้นทำให้เรารู้สึกว่ามันเป็นบันทึกชีวิตของนางเอกที่ยาวนานจริงๆ (ไม่ใช่เพราะหนังสือมันหนานะ) แต่ก็ต้องเป็นแบบนี้ละ...หนังมันจะให้ยาวมากไม่ได้
โดยรวมถือได้ว่าหนังดีมาก ซาบซึ้งมาก ทำให้จุกได้อย่างมาก
ฟีลกู้ดตรงไหน -*-... โอเค ดูแล้วรู้สึกว่าตัวเองโชคดี ทั้งพระเอกและนางเอกน่าสงสารทั้งคู่ แต่....ก็เป็นหนังที่ดูแล้วจุกอยู่ดี
เตรียมใจไว้ตั้งแต่ตอนเลือกดู(ระหว่างรถไฟฟ้า-กับเรื่องนี้ ชอบดูอะไรๆน่ารักๆฮาๆ) แต่ก็เลือกดู รู้สึกว่าหนังดีขนาดนี้ ไม่ดูไม่ได้ -*-

เป็นเรื่องของ แคลร์ และเฮนรี คู่รักที่ควรจะมีชีวิตธรรมดาทั่วไป
ไม่ธรรมดาตรงที่ เฮนรี มีความผิดปกติที่ไม่สามารถอธิบายได้คือ เขาจะข้ามเวลาไปได้ในหลายช่วง ทั้งอดีตและอนาคต โดยที่ควบคุมไม่ได้ และสักพัก สิบนาที สิบชั่วโมง หรือาจจะสิบวัน เขาจะย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่ถูกต้องเดิมเอง อันนี้ต้องเข้าใจนิดนึงว่า เฮนรีสามารถไปในเวลาที่ตนเองยังอยู่ได้ เช่น ตอนนี้เฮนรีอายุ35 ย้อนไปในปีที่ตัวเองอายุ 20 เฮนรีที่อายุ20ก็ยังอยู่นะคะ คือกลายเป็นสองคนในจุดเวลาเดียวกัน ซึ่งทำให้ชีวิตเขาสับสนมาก และอันตรายมากด้วยเนื่องจากเขาย้อนไปในสภาพมีแต่ตัวจริงๆ กระทั่งเสื้อผ้าก็ยังไม่ได้ติดไป ต้องขโมย งัดแงะไปเรื่อย...จนกว่าจะได้ "กลับไป" ในจุดเวลาที่ถูกต้อง
อธิบายง่ายๆคือ เหมือนเวลาในตัวเฮนรีไม่เสถียร มันจะคอยเด้งโดดไปหน้าไปหลังอยู่เรื่อย จนกว่ามันจะกลับมาเสถียรอีกรอบ และมันมักจะย้อนไปในที่ที่สำคัญกับเขา (ภายหลังจะมีการอธิบายว่าเป็นความผิดปกติของ "ยีนส์ลำดับเวลา")
เช่น...
ทุ่งหญ้าที่เขาได้เจอกับแคลร์
เป็นช่วงเวลาที่เฮนรี่เริ่มเข้าสู่วัยกลางคน แต่สาวน้อยแคลร์นี่ยัง5-6ขวบเท่านั้น แม้ว่าในไทม์ไลน์ปกติ เฮนรี่อีกคนคงอายุประมาณ10กว่าๆและโตขึ้นตามปกติ(และก็คงจะย้อนไปนู่นนี่ด้วย) แต่เฮนรี่ที่อายุแตกต่างกันในช่วงวัยกลางคนก็ย้อนกลับมาหาหนูแคลร์นี่เรื่อยๆจนเธออายุ18 และไม่กลับมาอีก
เขาบอกเธอเพียงแค่ เขาและเธอจะได้พบกันอีก
และเป็นไปตามนั้น ในไทม์ไลน์สากล แคลร์เติบโตและได้พบกับเฮนรี่ที่อายุราวๆ30 ...เฮนรี่ที่ไม่รู้จักเธอ
แค่นี้ก็พอจะเห็นความลำบากของแคลร์แล้ว เธอเองหลงรักชายคนนี้มาตั้งแต่เด็ก เธอรู้จักเขามาตลอดชีวิต แต่ใน"เวลาอันเป็นปกติสากล"นั้น เฮนรี่ไม่เคยพบเธอ คนที่ย้อนไปหาเธอคือเขาในอีกหลายปีข้างหน้า
ที่ผ่านมา โรคของเฮนรี่ทำให้เธอได้รู้จักและรักเขา เธอรอคอยให้เขา"ข้ามเวลา" แต่นับตั้งแต่นี้ ที่ไทม์ไลน์ของทั้งคู่ไล่ตามกันในความปกติ เธอต้องปวดร้าวเพราะความไม่ปกตินี้ชั่วชีวิต
"การข้ามเวลา" ของเขา มีแต่จะพรากเขาออกไปจากเธอ
ทั้งคู่ได้รู้จักกัน รักและแต่งงานกัน แม้ว่าในความเป็นจริง การข้ามเวลาของเฮนรี่จะทำให้ทางของสามีภรรยาคู่นี้ลำบากแค่ไหน แคลร์ก็ยังรักเฮนรี แม้ในวิกฤติที่สุดของเธอ คือเมื่อเธอต้องการจะมีลูก ยีนส์ผิดปกติของเฮนรี่ทำให้ลูกของเธอคนแล้วคนเล่าจากไปในท้องของเธอ จากไปแบบเดียวกับพ่อของเขา คือข้ามเวลาไป...ไม่ว่าจะในเวลาไหนก็สุดรู้...หากแต่กลับมาในสภาพที่ไม่อาจมีชีวิตอีกต่อไป - - ตัวอ่อนในครรภ์ของแคลร์ข้ามเวลาได้ หากเมื่อข้ามเวลาออกจากครรภ์มารดาก็ไม่ต่างอะไรจากการคลอดก่อนกำหนด...การแท้ง
แคลร์ต้องทนทุกข์กับการเสียเด็กไปคนแล้วคนเล่า
แต่เธอไม่ยอมแพ้ แม้ว่าเฮนรี่จะทนไม่ได้ จนต้องไปทำหมัน แต่เธอยังต้องการลูกของเขา...และโชคชะตาบันดาลให้เฮนรี่ในวัยหนุ่มข้ามเวลามาพบเธอ และนั่นคือเฮนรี่ที่ยังไม่ได้ทำหมัน...ผลของการพบกันครั้งนั้นทำให้เธอท้องอีกครั้ง ครั้งนี้...เธอได้ลูกสาวชื่ออัลบ้า ตามที่เฮนรี่ ผู้ไม่เคยเชื่อเลยว่าท้องนี้จะปลอดภัยตั้งไว้
แคลร์ในวันนั้นรู้เพียงว่า เฮนรี่ได้ข้ามเวลาไปพบลูกสาวที่เติบโต แต่แคลร์ไม่รู้เลยว่าเฮนรี่ได้พบลูกสาวที่กำพร้าพ่อ อัลบ้าในอายุ10ปี ได้บอกเฮนรี่ว่า เธอเสียเขาไปให้กับความตายเมื่อเธออายุเพียง5ขวบ
อีก 5 ปี เท่านั้น หากจะนับจากเวลาที่อัลบ้าถือกำเนิด
ก่อนวันเกิดปีที่5ของอัลบ้าไม่นาน อัลบ้า"อีกคน" ที่อายุมากกว่าได้ข้ามเวลามา และบอกอัลบ้าตัวน้อยว่า
เธอเป็นนักข้ามเวลา และปีนี้เธอจะกำพร้าพ่อ
แคลร์คาดคั้นความจริงจากลูก
...เธอจะทำอย่างไร เมื่อได้รู้ว่าการจากไปในอีกไม่ถึงปีของสามี จะเป็นการจากที่ไม่มีวันกลับมา
เฮนรี่เองก็หวั่นไหวเช่นกัน ตลอด5ปีที่ผ่านมา เวลาผ่านไปรวดเร็วนัก คราวนี้มันจะไม่เป็นแค่การข้ามเวลา...เพราะมันไม่มีการเดินทางกลับ
เฮนรี่ได้เห็นฉากการตายของตน...แต่เขาไม่สามารถทำอะไรได้ ดังเช่นที่เขาไม่เคยทำอะไรให้ชะตากรรมเปลี่ยนแปลงได้
เหมือนชะตากรรมเริ่มทำงานเงียบๆ เมื่อการข้ามเวลาหนหนึ่งทำให้เฮนรี่บาดเจ็บจากหิมะกัดที่ขา เขาไม่อาจเดินได้ แล้วเขาจะหลบหนีได้อย่างไรในยามที่ต้องข้ามเวลา
และแล้วก็ถึงวันนั้น เฮนรี่รู้ดี และได้ร่ำลาแคลร์...
เธอต้องปล่อยให้เขาไปสู่การเดินทางครั้งสุดท้ายอย่างเงียบๆ อย่างที่เป็นตลอดมา
เฮนรี่ข้ามเวลาไปในฤดูล่าสัตว์...ทุ่งหญ้าแห่งการพบเจอของทั้งคู่ ที่นั้น...เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด จากปากกระบอกของครอบครัวผู้ชื่นชอบการล่าสัตว์ของแคลร์ ทิ้งไว้เพียงรอยเลือดที่ไม่ได้มาจากกวางตัวใด
เขากลับมาที่บ้านด้วยร่างที่ชุ่มเลือด และสิ้นใจในอ้อมแขนของภรรยาผู้รอคอย...

จากนั้น ในหนังสือกับหนังจะต่างกันไปค่ะ
ส่วนตัวชอบทั้งคู่
ในหนังจะเป็นฉากของอัลบ้าที่เล่นอยู่ที่ทุ่งหญ้า และเฮนรี่ปรากฏตัวมา ลูกๆของเพื่อนแคลร์จึงไปตามแคลร์มา ทั้งคู่ได้พบกัน กอดและร่ำลากัน จบที่คำพูดของอัลบ้าที่กล่าวว่า
"บางทีเธอก็คิดว่า พ่อหลบอยู่หลังพุ่มไม้ รอเวลาที่จะออกมา"
อันนี้สุขปนเศร้า
แต่ในหนังสือบีบคั้นกว่ามาก
คือ เฮนรี่บอกแคลร์ว่า(จำไม่ได้ว่าบอกทางไหนนะคะ) เขาจะกลับมาหาเธออีกครั้งในเวลาที่เธอแก่ตัว ครั้งเดียวเท่านั้นเท่าที่เขารู้
และ
เวลาก็ผ่านไปหลายสิบปี
เฮนรี่ข้ามเวลามาจากวันเวลาที่เขายังหายใจ ยังบ้านที่เขาอยู่กับแคลร์ และเมื่อเขาเดินเข้าไปก็พบภรรยาของเขาที่ผมขาวโพลนนั่งหันหลังอยู่ เขาเดินเข้าไปหาภรรยา เธอรอเขาตลอดมา...

 

ทั้งสองเวอร์ชั่น เฮนรี่บอกแคลร์ว่า อย่ารอ
แต่แคลร์ก็รอเฮนรี่อยู่ดี
เพราะ
ความรักของทั้งคู่คือการรอคอย

รอคอยที่จะกลับไปหาใครบางคน กับ รอคอยใครบางคนที่จะกลับมา

ชอบแคลร์ ที่อดทนมากๆ เรื่องนี้ถูกแล้วละที่ตั้งชื่อแบบนี้ เพราะภรรยาของนักท่องเวลาคนนี้คือรักที่เหนือกาลเวลาจริงๆ

ชอบที่แคลร์ไม่ขอเปลี่ยนสักวินาทีของความรักนี้
ซึ่งในความเป็นจริง โรคของเฮนรี่ ที่ถึงแม้จะพรากเขาไปจากเธออยู่เรื่อย และทำให้เขาตายในที่สุด
ก็เป็นสิ่งทำให้หนูน้อยแคลร์ได้พบกับเฮนรี่นั่นเอง

ดูจบรู้สึกดีที่ได้ดู ไม่ใช่ดีแบบฟีลกู้ด เพราะมันทิ้งรอยน้ำตาและความจุกอก(แบบที่หนังสือทำมาแล้ว) แต่ดีที่ได้ดูเพราะมันทำให้ได้คิดว่า เราโชคดี...
และเราทุกคนมีเวลามากมาย
เวลาที่เราเลือกได้...ว่าจะใช้มันอย่างไร

คิดว่าต้องมีคนคิดได้อย่างเราเยอะแน่ๆ

เวลานั้นมีค่าเกินกว่าจะทิ้งไป...โดยเฉพาะเมื่อมีคนที่รอคอยให้ใช้เวลาร่วมกัน

edit @ 25 Oct 2009 05:16:35 by b u t t e r f l y k i s s e s *

edit @ 4 Nov 2009 18:55:44 by b u t t e r f l y k i s s e s *

จับฉ่ายได้อีกอะบล๊อกเรา

ได้ดู Hana Yori Dango ซีรีย์ยอดฮิตสหประชาชาติเอเชีย
หรือที่รู้จักกันใน(เวอร์ไต้หวัน) ว่า รักใสๆหัวใจสี่ดวง
แต่เราดูของต้นตำรับ ญี่ปุ่น จ้า (ก็การ์ตูนเขาเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นนี่นา)
ก็สนุกดีนะ ที่แต่ก่อนไม่ยอมดูเลยตอนมันฮิตๆเพราะเหวอพระเอกมาก
แต่เวอร์นี้ดู เพราะ วี๊ด พระเอกมากเช่นกัน 55

มัตสึจุน ที่ติดใจมาจากบท ชินโนะจิ โกคุเซน นั่นเอง
(ไม่ได้ดูหรอก เรื่องอะไร ชินหายไปดื้อๆแบบนั้น เปลี่ยนพระเอกไปกี่รอบๆ แต่ชอบเพราะ จุน เหมือนชินมากๆๆ โดยเฉพาะปาก 555 มิสเตอร์เซ็กกุซี่ลิปส์)
(นอกเรื่อง อ่านโกคุเซนเล่มจบแล้วจะตายเอา ฝันทีเป็นจริง?? ฝันกลางวันสุดๆเลยด้วย ไม่เคยคิดว่าโกคุเซนจะจบด้วยเรื่องรัก ไม่เคยคิดว่าจะมีเรื่องเลิฟๆเลยมากกว่า ยิ่งพอบอกว่าจะออกเล่มจบแล้วแบบว่า...อื่ม จบการศึกษา แยกย้ายสินะ แต่พอตอนแรกมาถึงก็ เฮ้ย ชิน?? ชินรุก??? ยิ่งพอตอนจบนี่...ช่วยด้วยยยย ช๊อก
ยัง ยังไม่พอ นึกว่านั่นก็สุดจะหวังแล้วนะ แบบจบให้คิดเอาเองว่าจะคบกันไหม...พอมาเห็นตอนพิเศษของโกคุเซน "Sp. 2008" ตายเหอะ ตายดีกว่า เกินจะฝันแล้วอันนี้ สปอย >> เป็นเรื่องหลังจากนี้ประมาณ สองปีมั้ง ชินรุกมากๆ แถมตอนจบ ชินกับยังกุมิจูบกัน! ย้ำ จูบกัน ไม่ใช่ชินจูบยังกุมิข้างเดียวนะ แถมบทพูดก่อนจูบนี่แบบ เหยยย ชินไปช่วยยังกุมิที่โดนซ้อมเพราะไปช่วยนร. แล้วบ่นว่า "รู้ว่าห้ามไม่ให้ทำเรื่องแบบนี้ไม่ได้นะ แต่ขอเหอะ อย่าทิ้งฉันไว้ข้างหลังสิ" แล้วยังกุมิ...ที่โดนซ้อมอ่วมโดนชินประคองอยู่ ก็ ก็...จับแก้มชินแล้วบอกว่า "เข้าใจแล้ว งั้นก็...ตามมาแล้วกัน" แล้วววววววว ชินซัง! ก็จูบมือยังกุมิ <ชิน!! นี่เธอเป็นคนแบบนี้เองร๊อออ แถมตอบได้หวานมาก สั้นๆเท่ๆ "ได้เลย...ตลอดไป" (OK...Forever) แล้วก็...จูบบบบ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด สรุป ยังกุมิยอมรับชินแล้ว คบกันแล้วด้วย ก็อดดด
แถมอีก เดือนที่แล้ว ออก SP มาอีก คาดว่าจะ 3 ตอน ท่าทางได้เลือดพุ่งอีกแน่ๆ)
มันว่างเลยนั่งดู โหย ครึ่งแรกนี่แบบว่า เกลียดอิตาโดเมียวจิมาก (ช่างแสดงได้เลวยิ่ง) แต่พอฮีเริ่มหลงรักนางเอก
ก็เป็นอะไรที่แบบว่า ช่วยรีบๆสมหวังซะที เจ๊ใจจะขาด ผู้ชายอาไร๊ ตาสื่ออารมณ์กินขาดขนาดนั้น
เศร้าลึกแบบที่ว่า ไม่ไหวว่ะ ช่วยรักกันเร็วๆ ไม่อยากเห็นสายตาแบบนี้ บาดเกิ๊น
มัตสึจุนเก่งมาก ให้เลยห้าดาว แสดงแบบที่ ทำคนไม่ชอบดูละครแบบเราอินมาก
ปกติชอบพี่แกเพราะหน้าตาโดนแล้ว แต่ได้เห็นการแสดงแบบนี้ ขึ้นแท่นไปเลยเหอะ
เกินทนงะ เวลาทำตัวเลวก็เลวจนเราหงุดหงิด เวลาเศร้าก็น่าสงสารจะขาดใจ เวลายิ้มมีความสุขก็น่าร๊ากก เวลาเงียบๆดูน่าสงสารสมบทเด็กที่พ่อแม่ไม่สนใจมาก เวลาโง่...ก็ดูโง่จริงๆ =_= เอ่อ ก็มัตสึจุนภาพลักษณ์แกไม่โง่นี่หว่า ยิ่งบทเรื่องอื่นนี่คนละทิศละทางกันด้วย (ชินโง่ ไม่อะ ม๊ายยย ไม่มีทาง แต่โดเมียวจินี่ดูโง่ได้อีก)

มีช่วงนึงชอบเพลงของอาราชิมาก แล้วก็ไม่ค่อยได้ตาม 55 มีไรก็ฟัง เพลงอะไรก็ไม่ได้ตาม
คราวนี้มาฟังเพลงประกอบ Hanadan ภาคหนัง ตอนจบบ้าง
ติดหูมั่กๆ โดยเฉพาะท่อนคอรัส ทั้งเพราะ แถม ที่สำคัญ (เราให้คะแนนเพลงตรงส่วนนี้ที่สุดเสมอ)
ความหมายดีมาก

ขอบคุณคุณ Impetuosity แห่ง
http://www.geocities.com/impetuosityproductions/arashi.html ที่อนุเคราะห์ทั้ง MV/ Sub eng/ Kanji ส่วนโรมันจินี่ มาจากอีกยูทูป แต่แกบอกว่าไม่ใช่ของแก เลยไม่รู้จะขอบคุณใคร เอาเป็นว่า เราแปลโรมันจิ เป็นคำอ่านไทยละกัน

ปล. ซับอิงค์ ของเขา เพราะมาก จริงๆนะ มันลงทำนองเพลงญี่ปุ่นพอดี โคตรเก่งอะค่ะ อุตสาหะมากๆ
ปล.(อีก) ดั๊นแปลด้วยอารมณ์แบบว่า โดเมียวจินะคะ ภาษาขอแบบ พูดสบายๆหน่อย

One Love - Arashi

伝えたくて     伝わらなくて     時には素直になれずに
泣いた季節を     越えた僕らは     今とても輝いてるよ

สึตะเอะตะคุเตะ สึตะวะระนะคุเตะ โทคินิวะสุนาโอนินาเรซุนิ
นาอิตะคิเซทสึโอ โคเอตะโบคุราวะ อิมะโตทเตโมคากายะอิเตรุโย

     I want to tell you, though... I don't want to let you know.
     From time to time, I haven't been as honest as I should.
     But those seasons full of tears... We've overcome them now.
     At this moment, you and I are shining bright.

ฉันอยากจะบอกเธอ แม้ว่า...ฉันจะไม่อยากให้เธอรู้เลย
ที่ผ่านมา ฉันไม่ได้เปิดเผยอย่างที่ควร
แต่เราได้ผ่านวันคืนเปี่ยมน้ำตามาด้วยกัน
เวลานี้ เธอและฉันช่างเปล่งประกาย


それぞれ描く     幸せのかたちは重なり
今     大きな愛になる
ずっと二人で     生きてゆこう


โซเรโซเระเอกาคุ ชิอาวะเสะโนะคาตาชิวะคาสะนาริ
อิมะ โอคินะอาอินินารุ
ซุตโตะฟุตาริเดะ อิคิเตะยูโก


     The drawings we've each made
     of our own forms of happiness are all piling up,
     And now they're forming one bigger love together.
     From now on, you and I should go on living side by side...

ภาพที่เราสองต่างวาดหวัง
ภาพแห่งความสุขในแบบของเรา ได้หลอมรวม
บัดนี้ ได้กลายเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ร่วมกัน
จากนี้ไป เธอและฉันจะใช้ชีวิตเคียงข้างกัน


百年先も     愛を誓うよ     君は僕の全てさ
信じている     ただ信じてる     同じ時間「とき」を刻む人へ
どんな君も     どんな僕でも     ひとつひとつが愛しい
君がいれば     何もいらない     きっと幸せにするから

ฮัคคุเนนซากิโม อาอิโอจิกะอุโย คิมิวะโบคุโนะสุเบเตซะ
ชินจิเตะอิรุ ทาดะชินจิเตะรุ โอนาจิโทคิโอคิซามุฮิโตเอ
ดอนนาคิมิโม ดอนนาโบคุเดโม ฮิทโตสึฮิทโตสึงะอิโตชิอิ
คิมิงะอิเรบะ นานิโมอิรานาอิ คิตโตชิวาอาเสะนิสุรุคารา

     And one hundred years from now, I swear I'll love you still.
     After all, you're everything to me.
     I put my faith in that. I just believe in that,
     And say this to the one marked by those same times:
     Whoever you are, and whoever I may be,
     One thing, and one alone, is dear.
     As long as you're here, there's nothing else I need.
     With you I'll be happy, there's no doubt.

นับร้อยปีจากนี้ ฉันสาบาน จะรักเธอไม่เปลี่ยนแปลง
เธอคือทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน
ฉันนั้นเชื่อมั่น และฉันเพียงศรัทธา
ขอกล่าวต่อคนคนนั้นผู้ร่วมวันคืนเดียวกันมา
ว่า ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร ไม่ว่าฉันจะเป็นใคร
สิ่งหนึ่ง เพียงหนึ่งเดียวนั้นช่างงดงาม
ตราบใดที่เธออยู่ตรงนี้ ไม่มีสิ่งอื่นใดที่ฉันต้องการ
ฉันจะมีความสุขเมื่อมีเธอ ไม่มีอะไรต้องสงสัยเลย


雨の中で君を待ってた     優しさの意味さえ知らず
すれ違いに傷ついた夜     それでもここまで来たんだ

อาเมะโนนากะเดะคิมิโอมัตเตะตะ ยาซาชิซะโนะอิมิซาเอะชิราซุ
สุเระชิกะอินิคิซุทสึอิตะโยรุ โซเระเดโมะโคโคะมาเดะคิตะอึนดะ


     Standing in the rain, I waited there for you
     Not even knowing what it meant to have kindness.
     The way we missed each other hurt us so much that night,
     But still we've found our way this far.

ท่ามกลางสายฝน ฉันรอคอยเธออยู่
ไม่แม้แต่จะรู้ถึงความหมายของความอ่อนโยน
ความคิดถึงเมื่อค่ำคืนนั้นทำให้เราเจ็บปวดเหลือเกิน
ทว่าเราก็ได้ก้าวผ่านมาได้ไกลถึงเพียงนี้


かけがえのない     出逢いは奇跡を繁いでく
思い出     重なりあう
はじまりの歌     嗚り響いて


คาเคกาเอะโนนาอิ เดอาอิวะคิเซกิโอะทสึนาอิเดคุ
โอโมอิเดะคาสะนาริอาอุ
ฮาจิมาริโนะอุตะ นาริฮิบีเตะ


     There's no way to replace this encounter that's blossoming into a miracle
     All those memories are joining together now...
     The song of something starting is ringing out loud.

ไม่มีสิ่งใด จะแทนที่การพบกันที่เบ่งบานดุจปาฏิหาริย์นี้
ความทรงจำทั้งหมดนั้นหลอมรวมกันแล้ว
บทเพลงแห่งการเริ่มต้นดังก้องกังวาน

thai translate : butterflykisses*

どんなときも     支えてくれた     笑い泣いた仲間へ
心込めて     ただひとつだけ     贈る言葉はありがとう

ดอนนะโทคิโม ซาซาเอะเตะคุเรตะ วาระอินาอิตะนากามะเอ
โคโคโระโคเมะเตะ ทะดะฮิโตทสึดาเคะ โอคุรุโคโตะบะวะอาริงาโตโอ



     To you who, no matter when, always helped me stand up tall...
     To my companion in laughter and in tears...
     My heart is filled to burst with this one thing alone:
     "Thank you," the words I want to give to you.

สำหรับคุณ ผู้ไม่ว่ายามใด ก็คอยช่วยให้ฉันหยัดยืน
เคียงข้างในเสียงหัวเราะและรอยน้ำตา
หัวใจนี้เต็มตื้นด้วยสิ่งหนึ่งเท่านั้น
มีเพียงคำเดียวที่อยากจะมอบ "ขอบคุณ"


百年先も     愛を誓うよ     君は僕の全てさ
愛している     ただ愛してる     同じ明日約束しよう
世界中に     ただ一人だけ     僕は君を選んだ
君といれば     どんな未来も     ずっと輝いているから

ฮัคคุเนนซาคิโม อาอิโอจิกะอุโย คิมิวะโบคุโนะสุเบเตซะ
อาอิชิเตะอิรุ ทะดะอาอิชิเตรุ โอนาจิอาสุยาคุโซคุชิโย
เซกาอิจูนิ ทะดะฮิโตริดาเคะ โบคุวะคิมิโอเอรันดะ
คิมิโตะอิเรบะ ดอนนะมิราอิโม ซุตโตะคางายะอิเตะอิรุคารา


     And one hundred years from now, I swear I'll love you still.
     After all, you're everything to me.
     I care for you so... I'm just in love with you.
     Let's promise, then, to share the same tomorrow.
     In this whole big world, there is only one for me.
     I've chosen you to be that one.
     If I can just be with you, no matter what the future brings,
     You and I will be shining bright forever more.


หนึ่งร้อยปีจากนี้ ฉันสาบาน ยังจะรักเธอเสมอ
เธอคือทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับฉัน
ฉันรักเธอ ฉันรักแต่เธอ
มาสัญญาว่าจะร่วมอนาคตเดียวกันเถอะ
ในโลกกว้างใหญ่นี้ มีเพียงคนเดียวสำหรับฉัน
ฉันเลือกเธอให้เป็นคนคนนั้นละ
หากเพียงฉันได้อยู่กับเธอ ไม่สำคัญว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
เธอกับฉัน จะเปล่งประกายไปตลอดกาลแน่นอน



ラララ。。。

     La la la...

ปล.อีกที มีคนเมนต์ในยูทูปว่า เพลงนี้จะกลายเป็นเพลงแต่งงานยอดฮิตในญี่ปุ่น
ขำมาก เห็นด้วยสุดๆ เนื้อเพลงนี่ร้องแบบ พูดถึงวันเวลาร่วมกัน มารวมกันแล้วตอนนี้ จะใช้ชีวิตเคียงข้างกัน พูดถึง "คำสาบาน" แล้วก็ "คำสัญญา" ยิ่งประโยค "โอนาจิอาซุยาคุโซคุชิโย" มาสัญญาว่าจะร่วมอนาคตเดียวกัน นี่มันคำสาบานแต่งงานชัดๆ!! มีประโยคที่ทำให้นึกถึงเพลงแต่งงานด้วย
แถมมีท่อน "ขอบคุณแขกผู้ร่วมงาน" เอ๊ย เพื่อนๆอีก (แต่อีกเวบแปลว่าขอบคุณผู้หญิงนี่ละ)
สมแล้วที่เป็นเพลงประกอบ HYD final ที่แต่งงานกัน
...ชอบท่อนที่จุนโซโลโคดดดดดดดดด!!

edit @ 4 Nov 2009 18:55:23 by b u t t e r f l y k i s s e s *